ซื้อกล้องติดหมวกกันน็อครุ่นไหนดี

ซื้อกล้องติดหมวกกันน็อครุ่นไหนดี

ซื้อกล้องติดหมวกกันน็อครุ่นไหนดี กล้องติดหมวกกันน็อค ถือว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่สำคัญสำหรับนักเดินทาง หรือนักผจญภัย สำหรับการเก็บภาพ หรือบรรยากาศโดยรอบ

และวันนี้เราจะมาเอาใจเหล่านักเดินทาง โดยการนำเสนอกล้องสำหรับติดหมวกกันน็อคที่ดีที่สุด และมีราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ ดังนี้

1. GoPro Hero 8 Black

ความละเอียด: 4K ที่ 60fps

จอแสดงผล: ใช่ หน้าจอสัมผัสขนาด 2 นิ้ว

ไฟ: ใช้ได้กับ Light Mod (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

จีพีเอส: มี

ความพิเศษ: กันน้ำลึก 10 เมตร, Wi-Fi, Bluetooth, อุปกรณ์เสริมหลากหลาย, การควบคุมด้วยเสียง

ซื้อกล้องติดหมวกกันน็อครุ่นไหนดี

ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้วัดกล้องแอคชั่น ตอนนี้ GoPro Hero 8 Black เป็นชุดอุปกรณ์พิเศษสำหรับการถ่ายภาพบนหมวกนิรภัย ใช้คุณสมบัติที่ดีที่สุดของกล้องที่มาก่อน และสร้างขึ้นมา

ดังนั้น คุณจะได้รับระบบป้องกันภาพสั่นไหว HyperSmooth ของ Hero 7 (ซึ่งเป็นระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ดีที่สุด อย่างไม่ต้องสงสัยในกล้องแอคชั่นในปัจจุบัน) และเพิ่มคุณภาพวิดีโอที่ดีขึ้น ด้วยความสามารถในการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 60p

นอกจากนี้ Hero 8 ยังแนะนำแนวคิดของ Media Mods ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษที่สามารถเพิ่มลงในกล้อง เพื่อให้สอดคล้องกับการตั้งค่าการถ่ายภาพของคุณมากขึ้น

สิ่งที่เกี่ยวข้องมากที่สุดกับการถ่ายภาพโดยสวมหมวกนิรภัย คือ Light Mod ซึ่งเป็น LED ที่สามารถติดเข้ากับกล้อง และให้แสงสว่างได้สูงถึง 200 ลูเมน

สิ่งนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ของตัวเองซึ่งถือว่าดีเพราะอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของ Hero 8 Black นั้น ใช้ได้เพียงถ่ายภาพต่อเนื่องได้ประมาณ 50 นาที พาวเวอร์แพ็คสำรองจะพร้อมแน่นอนหากคุณมีแผนการเดินทางไกล

2. Garmin Virb Ultra 30

ความละเอียด: Ultra HD ที่ 30fps / 1080p ที่ 120fps

จอแสดงผล: หน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 1.75 นิ้ว

ไฟ: ไม่มี 

จีพีเอส: มี

ความพิเศษ: การควบคุมด้วยเสียง, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบสามแกน, รวมเคสกันน้ำ

ซื้อกล้องติดหมวกกันน็อครุ่นไหนดี

Virb Ultra 30โดย Garmin เป็นกล้องที่มีการใช้งานคล้ายกับกล้อง GoPro แต่ข้อแตกต่าง คือ วิธีที่กล้องสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Garmin อื่น ๆ ได้ เช่น เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อีกด้วย

ในขณะเดียวกัน คุณสามารถถ่ายวิดีโอ เปิดตำแหน่ง GPS ระดับความสูง ความเร็ว และแรง G ที่กล้องถ่ายไว้กับข้อมูล เช่น อัตราการเต้นของหัวใจที่ติดตามโดยอุปกรณ์ออกกำลังกาย Garmin ที่สวมใส่ได้

มีเคสกันน้ำ สำหรับใช้ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย และระบบติดตั้งแบบสากล หมายความว่า คุณสามารถติด Garmin กับเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่หมวกกันน็อคไปจนถึงแฮนด์บาร์ เป็นต้น

ส่วนระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบสามแกน จะสามารถช่วยให้วิดีโอของคุณราบรื่นเป็นพิเศษ ไม่ว่าถนนจะเป็นหลุมเป็นบ่อเพียงใด และวิดีโอ Ultra HD ที่ 30 เฟรมต่อวินาที จะให้รายละเอียด และความคมชัด และสามารถปรับเป็น 1080p Full HD ที่ 120 fps หรือ 720p ที่สโลว์โมชั่น 240 fps

3. DJI Osmo Action

ความละเอียด: Ultra HD ที่ 60 fps พร้อม HDR

จอแสดงผล: ด้านหลัง 2.25 นิ้ว และด้านหน้า 1.4 นิ้ว

ไฟ: ไม่มี

GPS: ไม่มี

อุปกรณ์เสริม: จอแสดงผลด้านหน้าที่สอง, กันน้ำลึก 11 เมตร, กันกระแทกได้ 1.5 เมตร

มีการควบคุมด้วยเสียง ซึ่งสะดวกเมื่อใช้งานกล้องในขณะขับขี่ (และในขณะที่มีการสวมถุงมือ) และกันน้ำได้ลึกถึง 11 เมตร

ดังนั้น หากคุณเดินทาง หรือใช้กล้อนตอนที่มีฝนตกหนัก จะไม่ทำให้เกิดปัญหาต่าง เนื่องจาก DJI ได้เลือกที่จะจับคู่ระบบติดตั้ง Osmo Action กับระบบที่พบในกล้อง GoPro อย่างเหมาะสม ดังนั้นอุปกรณ์ยึด และอุปกรณ์เสริมที่มีอยู่แล้วจึงทำงานได้ดี

ส่วนข้อเสีย คือ การขาด GPS ซึ่งอาจเป็นปัญหาได้ หากคุณต้องการทราบตำแหน่งที่แน่นอนของวิดีโอที่บันทึกไว้

4. Sony RX0 II

ความละเอียด: 4K 40p

จอแสดงผล: ใช่ หน้าจอสัมผัส 1.5 นิ้ว

ไฟ: ไม่มี

GPS: ไม่มี (นำเข้าข้อมูล GPS ของสมาร์ทโฟนได้)

คุณสมบัติพิเศษ: กันน้ำ กันฝุ่น กันกระแทก กันกระแทก

Sony RX0 II ด้วยเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ประเภทอื่น ที่พบในกล้องแอคชั่นแคม ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในสภาพที่มีแสงน้อย

นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่สวยงามได้ที่ 30p และวิดีโอความเร็วสูงที่ 1,000 เฟรมต่อวินาที แม้จะไม่มีไฟในตัวก็ตาม แต่ RX0 II ก็ผ่านการทดสอบแล้วว่า สามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้ และทนทานต่อสภาพอากาศ

และด้วยคุณสมบัติการกันกระแทก และการกันแรงกดทับได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญ คือ Sony RX0 II จะมีทั้งรุ่นที่มีเซ็นเซอร์ และไม่มีเซ็นเซอร์ แต่ที่มีเซ็นเซอร์ก็จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้งาน สามารถเลือกใช้งานตามความคุ้มค่าได้เลย

5. GoPro Max

ความละเอียด: 6K ที่ 30 fps

จอแสดงผล: มี

ไฟ: ไม่มี

จีพีเอส: มี

ความพิเศษ: จับภาพทรงกลม, จับภาพ 360 องศา, กันน้ำ

GoPro Max มีความแตกต่างจากกล้อง GoPro อื่น ๆ อย่างสิ้นเชิง มันสามารถถ่ายวิดีโอ 360 องศา และวิดีโอทรงกลม พร้อมเสียงที่เข้าคู่กัน รวมถึงถ่ายในความละเอียด 6K 30p ที่คมชัด

แต่ถ้าคุณต้องการจับภาพมุมมอง 360 องศาของการขี่ หรือโต้คลื่น ค่อนข้างที่จะยากในการถ่าย และ GoPro Max ยังบันทึกเสียงใน 360 องศา

และยังมีคุณสมบัติอีกมากมายจาก Hero 8 เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหว HyperSmooth และยังมีการตั้งค่าเลนส์ดิจิตอลต่าง ๆ มากมาย ที่สามารถช่วยให้คุณถ่ายภาพในมุมมองต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการควบคุมด้วยเสียง ไม่ต้องพูดถึงอุปกรณ์เสริม GoPro มากมาย และมีราคาที่แพง แต่คุ้มแน่นอนสำหรับนักเดินทางมืออาชีพ หรือผู้ที่ชื่นชอบในการเก็บภาพระหว่างการเดินทาง

Credit

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม